Root Gucci   (25500 views)

What is Root Gucci doing now?

เป็นกำลังใจให้ทุกคน อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

20

Location

Bkk, Thailand

Birthday

May 16

Looking To

Make friends
 
Advertisement

Info

http://mashii-machugapii.hi5.com - Send it to your friends

Age

20

Birthday

May 16

Location

Bkk, Thailand

Looking To

Make friends

Languages

English, Japanese, Thai
 

About Me



ยังจำได้..."รุตม์"

• ภูมิใจที่ “รุตม์” เป็น “เด็กเตรียม” เพราะได้มีโอกาสไปประชุมผู้ปกครอง, พา “รุตม์” ไปรายงานตัวเข้าเรียน ทำให้สัมผัสได้กับบรรยากาศของการเป็นผู้ปกครองเด็กเตรียมฯ
• หลายครั้งที่ได้เจอคนรู้จักกัน เขาต่างถามผมว่า “พาลูกมาเหรอ ?” ... “อืม..หลานผมครับ”
• รร.เตรียมอุดม เข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยมาก อาจารย์ปกครองประจำตึกเรียนจะตรวจเครื่องแบบนักเรียน ทรงผมนักเรียนในวันรายงานตัว....แฮ่ะ.. “รุตม์” โดนหลายครั้ง กางเกงขาสั้นเกินไป, ผมยาวไป(ต้องไปตัดทันที) ซึ่งอาจารย์ปกครองจะเชิญผู้ปกครองไปรับทราบถึงความไม่ถูกระเบียบทุกครั้ง และทุกครั้งอาจารย์จะนึกว่าผมเป็นคุณพ่อของ“รุตม์”
• อาจารย์ปกครองประจำตึก 2 ชม “รุตม์” ว่า “ขนาดมีแฟนแล้ว ยังเรียนเก่งเลย”
• ทุกเช้า 06.00 น. ผมขับรถไปส่ง “รุตม์” ที่ BTS หมอชิต เมื่อมาถึงแถวหน้าเซ็นทรัล จะต้องมีโทรศัพท์มือถือเรียกเข้ามาหา “รุตม์” ทุกครั้ง...ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะผมไม่เคยถาม
• ครั้งหนึ่ง ผมเคยได้รับเชิญจากอาจารย์ผู้ควบคุมโยธวาทิตเตรียมอุดม ให้ไปชมการเก็บตัว ฝึกซ่อม ตอน 19.00 น. เพื่อเตรียมแข่งขันงานใหญ่ประจำปี วันนั้น คิดว่า ต้องไป ต้องไปเพื่อเป็นกำลังใจให้ “รุตม์” และเพื่อนๆ ก็ดั้นด้นฝ่ารถแสนติดของ กทม.ไปถึงเตรียมอุดมทันเวลาซ้อมพอดี อืม...เพิ่งจะได้รู้ว่าวงโยธวาทิตน่ะยิ่งใหญ่มาก เสียงกระฮื่มทั้ง Hall ของหอประชุมเตรียมอุดม และไม่เสียเที่ยวเลย เพราะหลังจากไปแข่ง วงโยฯ เตรียมอุดมได้ที่ 1
• ภูมิใจที่เซ็นชื่อลงในสมุดพกของ “รุตม์” ในฐานะผู้ปกครอง เพราะคะแนนเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี(ในมาตรฐาน รร.เตรียมอุดม) ได้อ่านคำแนะนำของครูประจำชั้นที่กล่าวถึง “รุตม์” ในความเป็นคนมีน้ำใจต่อเพื่อนๆ ... อืม แล้วผมจะเขียนอะไรลงไปในความเห็นของผู้ปกครองดีล่ะ ... ก็ดีอยู่แล้วนี่ ส่วนใหญ่ผมจะเขียนไปว่า “รุตม์” เป็นคนตั้งใจเรียนดี มีความรับผิดชอบในหน้าที่ (ก็เขียนเหมือนกันอย่างนี้ อยู่หลายหน) ก็เขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ
• “รุตม์” เป็นคนนอนขี้เซามาก ต้องปลุกให้ตื่นไปเรียนเกือบทุกวัน(90%) แต่แปลกมากคือ พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ไม่ต้องไปเรียน กลับตื่นเองแต่เช้าได้โดยไม่ต้องปลุกเลย
• ดีใจที่สุด เมื่อ “รุตม์” สอบติดนิติศาสตร์ จุฬา 4 พ.ค.51 วันประกาศผล ตอนนั้นผมอยู่จันทบุรี ไม่มี Computer จะดูผลสอบ ต้องใช้มือถือต่อเข้า Net ดูผลแทน จำได้ว่าหกโมงเย็นกว่าๆ ก็เห็นชื่อ “รุตม์” สอบติดนิติศาสตร์ จุฬา วินาทีนั้นสิ่งแรกที่อยากจะทำคือ โทร.บอก“รุตม์” เพราะกำลังไปเที่ยวหัวหิน แต่โทรศัพท์ “รุตม์” พัง ติดต่อไม่ได้เลย

คิดถึงเสมอ "น้าหม่อม"



ชื่อบัญชี กองทุน นรุตม์ ศึกษา

ธนาคาร ไทยพาณิชย์ บัญชี ออมทรัพย์

สาขาย่อย จัตุรัสจามจุรี

เลขที่บัญชี 401-288-732-9



----------------------------------------------



ณ ช่วงเวลาสุดท้ายของน้องรุตม์

วันที่ 19 พ.ย. น้องนอนไม่หลับตลอดคืนจนถึงช่วงเย็นของวันถัดไป ทำให้วันที่ 20 น้องมีอาการเหนื่อยมาก จนประมาณ 20.30 ของวันที่ 20 น้องได้นอนหลับไป จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 พยาบาลได้มาปลุกน้องรุตม์เพื่อดูรายการเจาะใจ แต่ปรากฎว่าพยาบาลเรียกเท่าไรน้องก็ไม่ตื่น หมอและพยาบาลได้มาดูน้องแล้วได้ให้ยา และตรวจสอบสัญญาณชีพเป็นระยะ โดยมีพ่อแม่และเพื่อนๆที่รู้ข่าวได้มาอยู่ด้วยอย่างใกล้ชิด ซึ่งสัญญาณชีพของน้องค่อยๆลดลงเรื่อยๆชั่วโมงละนิดจนประมาณตีห้าของวันที่ 21 เริมเห็นว่าสัญญาณชีพของน้องไม่ค่อยดีนัก ทางคุณแม่เลยตัดสินใจโทรหาท่าน ว.วชิรเมธี เพื่อให้ท่านได้แสดงธรรมเทศนาให้น้องฟัง โดนท่านได้แสดงธรรมเทศนาผ่านมือถือเป็นเวลาประมาณ 1 ชม. และจากนั้นสัญญาณชีพของน้องก็ลดลงเรื่อยจนถึงเวลา 6.50 น้องก็ได้จากไปอย่างสงบ


----------------------------------------------


ข้อความจากใจ..จากรายการเจาะใจ

ถึงน้องๆทุกคนที่มอบกำลังใจให้น้องรุตม์ พี่เป็นทีมงานรายการเจาะใจนะครับ หลังจากออนแอร์ไป มีคนส่งกำลังใจให้น้องรุตม์จำนวนมาก ทั้งที่โทรมาสอบถามอาการน้องรุตม์ บางคนก็อยากจะไปเยี่ยม แต่พอทุกคนรู้ว่าน้องรุตม์เสียแล้วทุกคนก็ตกใจมาก ซึ่งเทปของน้องรุตม์ ทำให้เราได้เห็นกำลังใจที่เข้มแข็งของตัวน้องรุตม์เอง รวมถึงกำลังใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเจาะใจพฤหัสบดีหน้า ช่วงส่งความสุขจะนำภาพวัดรดน้ำศพ ที่ รพ.ศิริราช ที่ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ให้เกียรติกับครอบครัวของน้องรุตม์ มาร่วมไว้อาลัยกับน้องรุตม์ ที่ รพ.ศิริราชด้วย พร้อมกันนี้ ทาง พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี คณะนิติศาสตร์ จุฬา รวมถึง รายการเจาะใจ บริษัท เจ เอส แอล จำกัด ได้จัดตั้งกองทุน "นรุตม์ศึกษา" มีวัตถุประสงค์มอบเงินทุนการศึกษา ให้กับนิสิต นิติ จุฬาฯ ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และ จัดปฏิบัติธรรม ให้กับนิสิต นิติ จุฬาฯ ด้วย นับว่าเป็นบุญของน้องรุตม์มากๆๆๆๆ น้องรุตม์ หลับให้สบายนะครับ ทุกคนรักนรุตม์นะ

Interests

Φ Drums - Snare
Φ Music
Φ Lawyer - Law - Law Firm
Φ Chulalongkorn University
Φ Funny Game Show

Favorite Music




Φ Love Songs
Φ Touch my body
Φ Go on girl
Φ Don't stop the music
Φ Bleeding love

 

Favorite Movies










ฝีมือการคิดจังหวะกลอง
และการตีกลองของ รุตม์



 

Favorite TV Shows

Φ X-MAN
Φ Love Letter
Φ Star Movie
Φ HBO
Φ [V]
Φ True Music
Φ เจาะใจ
 

Favorite Books

 

Favorite Quote



Postcard วันแม่..คำสัญญา..จากรุตม์ถึงแม่..ในปีแรกที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ



 

hi5 Games

Play hi5 Games

Root Gucci hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 8 Entries    Add Comment

ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้
มาขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งไปให้น้องนรุตม์อย่างล้นหลาม


เมื่อวานเป็นวันที่ 23 ของการจากไปของน้องนรุตม์
ซึ่งตรงกับวันพระพอดี
พ่อนรุตม์โทรมาเล่าให้ฟังว่าที่บ้านจะทำอาหารอร่อยๆ ที่นรุตม์ชอบ
เพื่อทำบุญให้นรุตม์ทุกวันพระและกรวดน้ำไปให้ทุกวัน


และเมื่อวานนี้เอง..
เป็นครั้งแรกที่พ่อกับแม่ได้นั่งดูรายการเจาะใจ
ที่เสนอเรื่องราวของนรุตม์ทั้ง 2 ตอนอย่างจริงๆ จังๆ จนจบ
และได้ร้องไห้หมดหัวใจ อย่างที่อยากจะร้องมาตลอด...........


แทบไม่น่าเชื่อว่าครอบครัวของนรุตม์ได้รับกำลังใจจากผู้คน
ที่เขียนลงในเว็บบอร์ดต่างๆ ทั้งจากพันทิป กระปุก สนุก ฯลฯ
และใน HI-5 ของนรุตม์ มากมายเหลือเกิน.......
เป็นพัน เป็นหมื่นกำลังใจ  ซึ่งหากนรุตม์รู้ คงจะดีใจ


เหมือนกับในคืนที่พระจันทร์ยิ้ม
ใครต่อใคร ต่างก็บอกพ่อแม่ของนรุตม์ว่า
นรุตม์กำลังส่งยิ้มลงมาให้พ่อแม่จากบนสวรรค์.........


----------------------------------------------------------------------

อ่านเรื่องราวของ "นรุตม์" ได้ที่นี่

คำขอบคุณจากครอบครัวของนรุตม์
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7318979/A7318979.html


เคน ธีรเดช และรายการเจาะใจ กับกำลังใจของ "นรุตม์"
http://msmonthong.multiply.com/photos/album/54/54


ตราบที่ยังมีลมหายใจ...ชีวิตต้องมีความหวัง
http://msmonthong.multiply.com/photos/album/50


มะเร็งกระดูก โรคร้ายในเด็กผู้ชาย อายุ 10-20 ปี
http://msmonthong.multiply.com/photos/album/49


ความฝัน ของ "นรุตม์"
http://msmonthong.multiply.com/photos/album/47


โลกใสๆ ของ "นรุตม์"
http://msmonthong.multiply.com/photos/album/46/46


Link ทั้งหมดที่เกี่ยวกับรุตม์
http://forum.sanook.com/forum/?topic=2578123

http://hilight.kapook.com/view/31025

http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L7220955/L7220955.html

http://www.showded.com/myprofile/news_post_nc.php?newId=67783

http://variety.hunsa.com/detail.php?id=1984

http://www.pantip.com/cafe/siam/topic/F7218468/F7218468.html

http://www.compgamer.com/readnews.php?id=7100

http://www.fwdder.com/topic/83688

http://angelus.exteen.com/20081118/entry

http://nonglek.diaryclub.com/20081118/0/0/%E3%CB%E9%A1%D3%C5%D1%A7%E3%A8%A1%D1%BA_%B9%C3%D8%B5%C1%EC.html

http://msmonthong.multiply.com

http://www.zickr.com/tv/19/stared

http://gotoknow.org/blog/kittisak-nopmanee/223884

http://www.wanjai.com/news/news_detail.php?id=498

http://www.dektriam.net/TopicRead.aspx?topicID=10759

Applications

Browse Applications

SuperFive!
Tired of the same old fives? Add SuperFive to do stuff to your friends: hug, slap, tickle and more!

 

Widgets

 


 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

 
 
หลับให้สบายนะน้องรัก — Little Mermaid 狹ユツケ 、リウ ヌムェテセナ 、ェタルチヤ
 
 
 
 

Comments   |   View All Entries   |   Send a Blast Card

Leave a comment for Root Gucci

Feb 9 6:06 AM
 
แก้วหนึ่งใบกับปัญหาหนักอก

ขณะที่ครูกำลังสอนนักเรียนของเขาในหัวข้อการจัดการกับแรงกดดันและความเครียด ครูได้หยิบแก้วน้ำใบหนึ่งขึ้นมา และถามนักเรียนว่า พวกเธอคิดว่าแก้วน้ำใบนี้หนักเท่าไหร่

คำตอบของนักเรียนมีตั้งแต่ 20 กรัม ถึง 500 กรัม มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่แท้จริงของแก้ว ว่าหนักเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอถือมันไว้นานเท่าใด

ถ้าครูถือมันไว้เพียงหนึ่งนาที ก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งชั่วโมง แขนของครูก็จะปวด ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งวัน พวกเธอคงต้องเรียกรถพยาบาล

แม้ที่จริงจะเป็นน้ำหนักเดียวกัน แต่ยิ่งถือมันไว้นานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเราแบกภาระ (ความทุกข์ ความหนักใจ ฯลฯ) ของเราไว้ตลอดเวลา ไม่ช้าก็เร็ว ภาระนั้นจะยิ่งหนักขึ้นจนเราไม่สามารถจะแบกมันไว้ได้อีก

ดังนั้น สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ วางแก้วนั้นลงซะ พักสักระยะ ก่อนจะถือมันใหม่อีกครั้ง เราจะต้องวางสิ่งที่เราแบกไว้ลงเป็นระยะ เราจึงจะสามารถฟื้นพลังขึ้นใหม่ และสามารถแบกมันได้อีกครั้ง

ดังนั้น ก่อนเธอจะกลับบ้านในคืนนี้ จงวางภาระของเธอลงอย่านำมันกลับไปบ้านด้วย เธอสามารถยกมันขึ้นมาได้ในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าภาระใดก็ตามที่เธอแบกอยู่ในตอนนี้ วางมันลงสักพัก ถ้าเธอทำได้แล้วค่อยยกมันขึ้นมาใหม่ เมื่อเธอได้พักแล้ว ขอให้ผ่อนคลายและพักผ่อน

ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก จงมีความสุขกับมัน แต่ดูเหมือนว่าความเป็นจริง ชีวิตของคนหลายคนแตกต่างจากบทเรียนที่คุณครูสอนกับเด็กน้อย หลายคนอาจเถียงว่า หากคุณเป็นฉัน คุณจะรู้ว่าปัญหาที่กำลังเผชิญมันไม่สามารถวางลงได้ หรือบางคนอาจแย้งว่า ปัญหาอยู่ที่ใจ ไม่ใช่ของอยู่ที่มือ จึงคิดวางกันได้ง่าย ๆ

ใช่แล้วค่ะของอยู่ที่มือ แต่ใครเป็นผู้กำหนด มือให้วางค่ะ คราวนี้ก็อยู่ที่เพื่อน ๆ จะเลือกเองแล้วว่า อยากถือแก้วน้ำต่อไปหรือไม่ตัดสินใจเอง แล้วกันนะ


น้องรุตม์
ในใจนี้..ยังบอกว่าคิดถึงเสมอ
 
Feb 8 10:09 PM
Mary says:
 
เม้นๆๆ ^^
 
Feb 8 11:38 AM
 
ดี ๆ ๆ ๆ



เปงงัยบ้างอ่ะคัฟฟฟ



บายดีอ่ะดิ



คิดถึงนะคัฟฟฟ



ม่ะเม้นนานให้ตั้งนานอ่ะ



ไม่โกดนะคัฟฟฟ



เหนื่อยมากมายยยยเลย



แต่ก็จะสู้ต่อไปน่ะคัฟฟฟ


ว่าง ๆ ๆ จะมาเม้นให้ใหม่น่ะคัฟ



นาย รุตม์ ....



บายยยยยยย




ฝานดีคัฟฟฟฟฟฟ





...........
 
Feb 8 8:00 AM
 
"ดีใจที่สุด เมื่อ “รุตม์” สอบติดนิติศาสตร์ จุฬา"

ทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อย พี่มักแอบเข้ามาดู Hi 5 น้องรุตม์
พี่ชอบรอยยิ้มของน้องมาก ^_______^


น้องรุตม์อยู่บนฟ้า >>>>ยังงัยช่วยเปงกำลังใจพี่ด้วยนะ
หลับให้สบาย นะคร๊าฟฟฟ
 
Feb 7 5:57 AM
 
หากคุณรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างลำบากซะเหลือเกิน

คุณเคยรู้สึกไหม ว่าชีวิตช่างลำบาก
คุณไม่อยากอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างที่เป็นอยู่
คุณรู้สึกว่า ชีวิตนั้นเป็นทุกข์
อาชีพการงานไม่ได้ดั่งใจ อะไร ๆ ก็ผิดพลาดไปหมด?

เรื่องราวต่อไปนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลง ทัศนคติที่คุณมีต่อชีวิตคุณได้

ผมสนทนากับเพื่อนคนหนึ่ง ถึงแม้ว่า เขาจะทำงานสองอย่าง
รายได้แต่ละเดือนหักลบรายจ่ายแล้วยังเหลือแค่พันกว่า
แต่เขาก็มีความสุขมากแล้ว
ผมแปลกใจมากที่เขามีความสุขขนาดนั้น
พราะเขามีรายได้น้อย
ต้องประหยัดมัธยัสถ์จึงจะพอมีเหลือเลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่สูงอายุ
พ่อตาแม่ยาย ภรรยาและลูกสาวอีกสองคน
ไหนจะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
จุกจิกภายในครอบครัว

เขาอธิบายให้ฟังว่า
เป็นเพราะหลายปีก่อนเขาได้เห็นเหตุการณ์บางอย่างที่ประเทศอินเดีย
ขณะนั้นเขา ประสบปัญหาที่สาหัสมาก
สภาพจิตใจตกต่ำจึงไปเที่ยวอินเดียเพื่อให้สบายใจขึ้น
เขาได้เห็นกับตา ผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่ง
ถือมีดอีโต้ตัดแขนขวาของลูกตัวเอง
สายตาที่หมดหวังของผู้หญิงคนนั้น
และเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของเด็กอายุสี่ขวบ
จนบัดนี้ยังวนเวียนอยู่ในใจเขามิรู้ลืม

คุณอาจจะถามว่า
ทำไมแม่คนนั้นจึงต้องทำเช่นนี้ ?
เป็นเพราะลูกของเธอซุกซนเกินไปหรือเปล่า ?
หรือเป็นเพราะแขนของเด็กติดเชื้อ ? ไม่ใช่
ที่แท้ทำไปเพื่อให้เด็กสามารถไปขอทานตามถนน
แม่ผู้สิ้นหวังคนนั้นจงใจทำให้
ลูกตัวเองพิการ เพื่อเขาสามารถออกขอทานตามท้องถนนได้

เพื่อนของผมคนนี้ตกใจแทบช๊อก
ขนมปังในมือของเขาที่เพิ่งกินได้ครึ่งก้อนตกหล่นลงพื้น
ทันทีทันใดก็มีเด็กๆ ห้าหกคนกรูกันเข้ามา
แย่งชิงขนมปังที่เลอะทรายบนพื้น
เหมือนกับปฏิกิริยาอัตโนมัติเวลาผจญกับความหิวโหย
เขาตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ไกด์ของเขาขับรถพาเขาไปยังร้านขนมปังที่ใกล้ที่สุด
เขาเข้าไปในสองร้านของละแวกนั้น ขอซื้อขนมปังทั้งหมดในร้าน
เจ้าของร้านขนมปังแปลกใจมาก แต่ก็ยินดีขายขนมปังทั้งหมดให้เขา
เขาใช้เงินทั้งหมดไม่ถึงหนึ่งร้อยเหรียญ
ซื้อขนมปังมาประมาณสี่ร้อยกว่าก้อน
(ตกก้อนละไม่ถึง 25 เซน)
แล้วใช้อีกหนึ่งร้อยเหรียญซื้อของใช้ประจำวัน

และแล้ว เขาก็นั่งบนรถบรรทุกที่บรรทุกขนมปังไว้เต็มคันรถ
ขับไปบนถนน ขณะที่เขาแจกจ่ายขนมปังและของใช้ประจำวันให้กับเด็ก ๆ
ซึ่งพิการเป็นส่วนใหญ่นั้น
พวกเขาล้วนโค้งคำนับให้ด้วยความดีใจ นั่นเอง
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาคิดได้ว่า

ทำไมคนเราจึงสามารถละทิ้งศักดิ์ศรีของตนเองเพียงเพื่อชิ้นขนมปัง
ราคาไม่ถึง 25เซน
เขาเริ่มบอกตนเองว่าตนเองนั้นโชคดีแค่ไหน

เขามีร่างกายครบสามสิบสอง
มีอาชีพการงาน มีครอบครัว
มีโอกาสบ่นว่าอาหารชิ้นไหนดี อาหารชิ้นไหนไม่อร่อย
มีโอกาสสวมใส่เสื้อผ้า
มีโอกาสครอบครองสิ่งของมากมายที่คนเหล่านี้ไม่มี

ตอนนี้ ผมเริ่มคิดได้และตระหนักได้ว่า
ชีวิตของผมมันย่ำแย่จริงหรือ ?
บางทีมันอาจไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้นก็ได้ คุณละ ?
บางทีเมื่อครั้งหน้าคุณรู้สึกว่า ชีวิตของตนกำลังย่ำแย่
ลองคิดถึงเด็กคนที่ต้องเสียแขนเพื่อเป็น ขอทานคนนั้นดูสิ !

“ความรู้สึกพอ”
ไม่ใช่มาจากการเติมเต็มสิ่งที่คุณต้องการ
แต่มาจากการตระหนักว่า คุณมีมากมายและเพียงพอ

เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูอีกบานหนึ่งก็จะเปิดออก
แต่บ่อยครั้งเรามัวแต่จ้องบานประตูที่ปิดลงเท่านั้น
ไม่ได้สังเกตเห็นประตูอีกบานหนึ่งที่เปิดออกเพื่อเรา
จริงอยู่ พวกเรามักจะรู้ว่าตนเองมี
ก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมัน
แต่พวกเราก็ต้องคอยจนกว่าของสิ่งนั้นมาถึง
จึงจะรู้ตัวว่า เราไม่มีมัน
การมอบความรักทั้งหมดให้กับผู้อื่น
มิได้หมายความว่า เราจะได้รับความรักตอบกลับมาอย่างเท่าเทียมกัน
อย่าหวังว่า รักผู้อื่นแล้วผู้อื่นจะรักตอบ
จงสนใจแค่ให้ความรักนั้น เติบโตขึ้นในใจพวกเขา
แต่ถ้าไม่เติบโตขึ้นเลยก็จงพอใจกับความรักที่เติบโตขึ้นในใจของคุณเอง

หนึ่งนาทีจึงจะทำลายคน ๆ หนึ่งได้
หนึ่งชั่วโมงจึงจะชอบคน ๆ หนึ่งได้
หนึ่งวันจึงจะรักคนๆ หนึ่งได้
แต่ต้องใช้เวลาตลอดชั่วชีวิต
จึงจะลืมคน ๆ หนึ่งได้
จงอย่ามองเพียงรูปภายนอก เพราะสักวันมันจะหลอกคุณ
จงอย่ามองแค่ความร่ำรวย ทรัพย์สมบัติ เพราะสักวันมันจะซีดจางลง
หาใครสักคนที่ยิ้มให้คุณ เพราะเมื่อมีรอยยิ้ม
จะทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น
หาใครสักคนที่ทำให้คุณอมยิ้มได้จากใจจริง
บางครั้งเมื่อคุณคิดถึงใครสักคน
ความคิดถึงนั้นอาจถึงขั้นให้คุณคว้าตัวเขาออกมาจากความฝัน
โอบกอดตัวเขาเอาไว้ ไล่ตามความฝันของคุณเอง
ไปยังที่ ๆ คุณอยากไป
เป็นอย่างคนที่คุณอยากเป็น
เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว
ซึ่งหมายถึง...มีเพียงโอกาสเดียวในการทำสิ่งที่คุณอยากทำ

แปลจากบทความของ "โหว เหวินหย่ง" (เจ้าของผลงาน เกิดมาซน ทั้งสองเล่ม)



น้องรุตม์...
จนถึงวันนี้ความคิดถึง..ก็ยังอยู่..ไม่ลืม
 
Feb 5 9:36 AM
SiiX says:
 
นรุตม์ อยู่ข้างบนมีความสุขมั๊ยคะ
ตอนนี้คนที่อยู่ข้างล่างมีเรื่องให้คิดมากมาย
แต่ก็จะพยายามทำทุกๆวันให้ดีที่สุด
นรุตม์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ปล.ปลื้มในความตั้งใจและความแน่วแน่ของนรุตม์มาก
 
Feb 5 5:51 AM
 
" ใบลาออกจากความทุกข์ "



ไม่สำคัญว่า . . . มีทรัพย์มากหรือน้อย
แต่สิ่งสำคัญ คือ . . . ต้องใช้ให้น้อยต่างหาก . . .
.. . . ชีวิตจึงจะมีเหลือมากกว่าขาด . . .



คนจนยิ่งจน . . . เพราะทำรวย . . .
คนรวยยิ่งรวย . . . เพราะทำจน . . .
.. . . ทำตัวให้เป็นปกติ . . . ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น . . .
.. . . ชีวิตก็จะเป็นปกติ . . .



. . . ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ .. . .
.. . . ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .
.. . . เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุดในโลก . . .

. . . ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . .
.. . . พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .
.. . . เป็นคนโชคดีที่สุดในโลก . . ..



อดทนได้ . . . จงอดทน
อดใจได้ . . . จงอดใจ
.. . . ไม่อดทน ไม่อดใจ . . . เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่



คนที่มีความสุข มิใช่คนที่มีมากที่สุด
.. . . แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด . . .
ยิ่งมีความต้องการน้อยลง
.. . . สมบัติที่มีอยู่เดิม . . . ก็ดูเหมือนมีมากขึ้น . . .



ความสุขหรือความทุกข์ของชีวิต
บางครั้งเหมือนการมองผ่านกระจก
.. . . หากกระจกใสสะอาด . . . เมื่อมองสิ่งใดย่อมมีแต่ความสุข
.. . . ปราศจากความขุ่นมัว . . . หากกระจกขุ่นมัว
เมื่อมองสิ่งใด . . . แม้เป็นสิ่งเดียวกัน . . . ก็มีแต่ความทุกข์ใจ
จงจำไว้ว่า . . . ความสุขอยู่ไม่ไกล
เพียงเช็ดกระจกให้ใส
เช็ดใจให้สะอาดเท่านั้นเอง



ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ทุกข์ของใครก็ของมัน . . .

ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ใครจะเก็บไว้ก็ช่างมัน . . .

สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันเก็บมันไว้ทุกวัน . . ..

สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันจะให้กันและกัน . ..



ยังคิดถึงเสมอ..ไม่ลืม...น้องรุตม์
 
Feb 5 5:51 AM
 
" ใบลาออกจากความทุกข์ "



ไม่สำคัญว่า . . . มีทรัพย์มากหรือน้อย
แต่สิ่งสำคัญ คือ . . . ต้องใช้ให้น้อยต่างหาก . . .
.. . . ชีวิตจึงจะมีเหลือมากกว่าขาด . . .



คนจนยิ่งจน . . . เพราะทำรวย . . .
คนรวยยิ่งรวย . . . เพราะทำจน . . .
.. . . ทำตัวให้เป็นปกติ . . . ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น . . .
.. . . ชีวิตก็จะเป็นปกติ . . .



. . . ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ .. . .
.. . . ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .
.. . . เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุดในโลก . . .

. . . ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . .
.. . . พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .
.. . . เป็นคนโชคดีที่สุดในโลก . . ..



อดทนได้ . . . จงอดทน
อดใจได้ . . . จงอดใจ
.. . . ไม่อดทน ไม่อดใจ . . . เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่



คนที่มีความสุข มิใช่คนที่มีมากที่สุด
.. . . แต่เป็นคนที่ต้องการน้อยที่สุด . . .
ยิ่งมีความต้องการน้อยลง
.. . . สมบัติที่มีอยู่เดิม . . . ก็ดูเหมือนมีมากขึ้น . . .



ความสุขหรือความทุกข์ของชีวิต
บางครั้งเหมือนการมองผ่านกระจก
.. . . หากกระจกใสสะอาด . . . เมื่อมองสิ่งใดย่อมมีแต่ความสุข
.. . . ปราศจากความขุ่นมัว . . . หากกระจกขุ่นมัว
เมื่อมองสิ่งใด . . . แม้เป็นสิ่งเดียวกัน . . . ก็มีแต่ความทุกข์ใจ
จงจำไว้ว่า . . . ความสุขอยู่ไม่ไกล
เพียงเช็ดกระจกให้ใส
เช็ดใจให้สะอาดเท่านั้นเอง



ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ทุกข์ของใครก็ของมัน . . .

ทุกข์อยู่ที่ใจ . . . ใครจะเก็บไว้ก็ช่างมัน . . .

สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันเก็บมันไว้ทุกวัน . . ..

สุขอยู่ที่ใจ . . . ฉันจะให้กันและกัน . ..



ยังคิดถึงเสมอ..ไม่ลืม...น้องรุตม์
 
Feb 3 7:28 AM
 
เหยือกเต็มหรือยัง....


ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน
เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท
เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ
แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด


เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ

เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ
เหยือกแก้วขนาดให ขึ้นมา แล้วใส่
ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม

' พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง?' เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท

แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน
' เต็มแล้ว...'

เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ

หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเทกรวดเม็ดเล็กๆจำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆกรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือกเขาหันไปถามนักศึกษาอีก
" เหยือกเต็มหรือยัง?'
นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ ' เต็มแล้ว...'




เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา
และเททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก
เม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย
เขาเทจนทรายหมดถุง
เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก

เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง " เหยือกเต็มหรือยัง?'

เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน
ปรึกษากันอยู่นาน

หลายคนเดินก้าวเข้ามาก้มๆ เงยๆ
มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง
มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบ ห้านาที
หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น

" คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์'
" แน่ใจนะ'
" แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ'

คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ
ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด
ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่
เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

" ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ๆ ไง' เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น

" ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา

ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต
การเรียน สุขภาพ ลูก พ่อแม่และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริงจัง
สูญเสียไปไม่ได้

เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมาเช่น งาน บ้าน รถยนต์

ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆที่เราจำเป็นต้องทำ
แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน
คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา

ชีวิตเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด
ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน'

ชีวิตของคนเราทุกคน ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า




เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต
เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข

ใช้ชีวิตเล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย
พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกาย
เล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต
พาพ่อแม่ไปเที่ยวพักผ่อนหรือทานข้าว โทรศัพท์หาเพื่อนบ้างให้รู้ว่าเรายังคิดถึงและเป็นห่วง
เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด
หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา

นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
" แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ
หมายถึงอะไร?'


เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า " การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่าไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด
ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...'

แล้วเหยือกของคุณล่ะเต็มหรือยัง



ยังคืดถึงเสมอ...น้องรุตม์
 
Feb 1 11:45 PM
 
คิดถึงเทอนะ

คิดถึงตอนที่เราคุยกัน ^^
 
Feb 1 9:02 AM
 
The Friend

มีหลายสิ่งที่คุณรู้สึกได้ในมิตรภาพที่ไร้ข้อจำกัดของความเป็นพื่อน
ความผูกพันเหล่านั้นถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษรเพื่อบ่งบอกถึงความสัมพันธ์
ที่แสนจะพิเศษของทุก ๆ คนที่มีเพื่อน คุณขาดข้อไหนหรือเปล่า

Always be honest , would you want them to lie to you?
จงซื่อสัตย์เสมอ ... คุณต้องการให้เพื่อนโกหกคุณเหรอ

Be there when they need you, or you may wind up alone
จงอยู่เคียงข้างเมื่อเขาต้องการ ... หรือคุณต้องการจะอยู่คนเดียว

Cheer them on, we all need encouragement now and then
ให้กำลังใจ ... เราทุกคนต่างก็ต้องการการสนับสนุนเป็นบางครั้ง

Don't look for their faults, even if you have none
อย่ามองหาข้อผิดพลาดของเขา ... แม้ว่าคุณจะไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่ข้อเดียว

Encourage their dreams, what would we be without them?
สนับสนุนให้เขาทำตามความฝัน ... เราจะอยู่อย่างปราศจากความฝันได้อย่างไร

Forgive them, you just may do something wrong sometime
ให้อภัย ... คุณอาจจะเคยทำผิดพลาดในบางเวลา

Get together often, misery loves company, so does glee
เจอกันบ่อย ๆ ... เมื่อมีความทุกข์ต้องมีเพื่อนเพราะการคบค้าสมาคมทำให้เกิดความสนุกสนาน

Have faith in them, the human animal is remarkable
มีศรัทธาในเพื่อน ... การมีศรัทธาเป็นสิ่งที่แบ่งแยกมนุษย์ออกจากสิ่งมีชีวิตอื่น

Include them, you may need to be included sometime
รวมเขาเข้าไปด้วย ... คุณก็อาจจะต้องการถูกรวมบ้างบางครั้ง

Just be there when they need you
อยู่ข้าง ๆ ... เมื่อเขาต้องการคุณ

Know when they need a hug, and couldn't you use one?
รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาต้องการให้กอด ... เคยกอดเพื่อนบ้างหรือยัง

Love them unconditionally, that is the only condition
รักโดยไร้ข้อแม้ ... นี่เป็นเพียงเงื่อนไขข้อเดียวเท่านั้น

Make them feel special, because aren't we all special?
ทำให้เขารู้สึกเป็นคนพิเศษ ... เพราะเราทุกคนก็เป็นคนพิเศษไม่ใช่เหรอ

Never forget them, who wants to feel forgotten
อย่าลืมเพื่อน ... ใครบ้างอยากถูกลืม

Offer to help, and know when " No thanks" is just politeness
เสนอตัวที่จะช่วยเหลือ ... และควรรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คำว่า
" ไม่เป็นไร ขอบคุณ " เป็นคำพูดแค่เพื่อมารยาท

Praise them honesly and openly
ยกย่องเพื่อนอย่างจริงใจ และเปิดเผย

Quietly disagree, noisy No's make enemies
อย่าโต้แย้งอย่างโจ่งแจ้ง ... การทำเช่นนั้นก่อให้เกิดศัตรู

Really listen, a friendly ear is a soothing balm
ตั้งใจรับฟัง ... การรับฟังของเพื่อนคือยารักษาอาการ

Say you're sorry, don't let them assume it
กล่าวคำขอโทษ ... อย่าปล่อยให้เพื่อนต้องสันนิษฐานเอาเอง

Talk frequently, communication is important
พูดคุยกันบ่อย ๆ ... การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ

Use good judgement
ใช้ข้อตัดสินที่ดี

Verbalsise your feelings
อธิบายความรู้สึกของคุณเป็นคำพูด

Wish them luck, hopefully good
อวยพรให้โชคดี ... หวังว่าเขาจะพบแต่เรื่องดี

Examine your motives before you " help " out
ตรวจสอบเจตนาของคุณ ก่อนที่จะขอความช่วยเหลือ

Your words count, use them wisely
คำพูดของคุณมีค่า ... จงใช้อย่างชาญฉลาด

Zip your lips when they told a secret
ปิดปากให้สนิทเมื่อเพื่อนบอกความลับ

*****อ่านแล้วขาดข้อไหนไปบ้างหรือเปล่า .... ****



ไอไตโยะ ..alway น้องรุตม์
 
Jan 31 11:23 AM
 
เหนื่อยใจจังเลยน้องเอ๋ย
เป็นกำลังใจให้พี่คนนี้ด้วยนะ
 
Jan 31 9:11 AM
 
so tired mak mak
miss u as i did
 
Jan 31 4:28 AM
 
หัดดูตัวเองซะก่อน


มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง อาศัยอยู่บ้านหลังหนึ่ง ทุกๆเช้า ภรรยาจะแอบมองดูเพื่อนบ้าน จากหน้าต่างชั้นบนบ้านและวิ่งกลับมารายงานให้สามีฟัง “เพื่อนบ้านเรานี่ ซักผ้าไม่เป็นเลย เสื้อผ้าสกปรกเหลือเกิน ไม่รู้เขาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือใช้วิธีซักอย่างไร สามีก็ตอบว่า “อย่าไปสนใจคนอื่นเขาเลย เราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน” แต่ภรรยาก็ยังไปแอบดูเพื่อนบ้านอยู่ทุกเช้าจากหน้าต่างข้างบนบ้าน และวิ่งกลับมารายงานสามีทุกเช้า “ เสื้อผ้าของเขาสกปรกอีกแล้ว…”

ต่อมาวันหนึ่ง ภรรยาวิ่งลงมารายงานสามีด้วยความแปลกประหลาดใจ “ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าของเขาขาวสะอาด อยากจะรู้เหลือเกินว่า เขาเปลี่ยนมาใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือทำอย่างไร..” สามีหัวเราะและกล่าวว่า“นี่..ฉันรำคาญเธอเหลือเกิน เมื่อเช้าฉันตื่นแต่เช้ามืด และไปเช็ดกระจกหน้าต่างให้ใสสะอาด... ก่อนหน้านี้กระจกมันสกปรก เธอมองออกไป ก็เห็นแต่ความสกปรก..

” มนุษย์เราชอบมองคนอื่น โดยผ่านจิตใจของเราออกไป เมื่อจิตใจของเราสะอาด เราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบๆตัว แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรก เราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว การที่เราเห็นแต่ความเลวรอบๆ ตัวเรา เราต้องเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว… สิ่งที่เราเห็น มันเกิดขึ้นในจิตใจของเรา และเราจะต้องหาทางฝึกจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ถ้าเราเห็นแต่สิ่งที่เลวจิตใจก็ไม่สงบ เราก็จะกลุ้มอกกลุ้มใจ มีความทุกข์แต่ถ้าเราหัดมองในแง่ดี เราก็จะคิดแต่สิ่งที่ดี จิตใจก็จะเบิกบาน และมีความสุข…




โดย...ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา จาก หนังสือชีวิตงาม เล่มที่ ๘ หน้าที่ ๔๑




ก็ยังคิดถึง..นะจ๊ะ
 
Jan 31 12:30 AM
 
คิดถึงนะรุตม์
 
Jan 29 9:44 PM
 
ไงรุจน์...สบายดีนะ

คิดถึงมากเลย
 
 
Jan 27 7:52 AM
 
1.เรื่องของกบเล็กๆ ตัวหนึ่ง

ครั้งหนึ่งมีกลุ่มของลูกกบตัวเล็กๆกลุ่มหนึ่งได้มาร่วมกันจัดการแข่งขัน
เพื่อจะปีนขึ้นไปยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง
มีกลุ่มชนชาวกบมากมายมารอชมและเชียร์การแข่งขันครั้งนี้

การแข่งขันเริ่มขึ้น...

พูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีชนชาวกบตัวใดจะเชื่อว่า
เจ้ากบตัวเล็กๆเหล่านั้นจะปีนขึ้นไปจนถึงยอดได้
มีเสียงพูดลอยมาให้ได้ยิน เป็นต้นว่า

"เขาไม่มีทางจะขึ้นไปถึงยอดหรอก มันยากลำบากขนาดนั้น" หรือ
"เขาไม่มีโอกาสจะประสบความสำเร็จหรอก เสามันสูงขนาดนั้น"

เจ้ากบตัวน้อยๆเหล่านี้ก็เริ่มที่จะร่วงหล่นลงไปทีละตัว ทีละตัว ...
ยกเว้นเจ้าตัวหนึ่งซึ่งยังปีนอย่างมุ่งมั่น สูงขึ้น และ สูงขึ้น


ฝูงกบก็เริ่มส่งเสียงร้องตะโกน "มันยากเกินไป ไม่มีใครทำได้หรอก!"

กบส่วนใหญ่เริ่มเหนื่อยและยอมแพ้...

แต่มีกบตัวหนึ่ง ที่ยังตั้งหน้าตั้งตาปีนสูงขึ้น สูงขึ้น...เจ้าตัวนี้ไม่ยอมแพ้!

เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน กบตัวอื่นๆ ต่างยอมแพ้ที่จะปีนสู่ยอดเสาจนหมดสิ้น
ยกเว้นกบตัวเล็กๆตัวหนึ่ง ด้วยความพยายามอย่างสุดกำลัง
มันก็สามารถปีนขึ้นสู่ยอดเสาได้

กบทุกๆตัวอยากรู้ว่า เจ้ากบตัวเล็กๆตัวนี้ทำได้อย่างไร?
กบคู่แข่งขันต่างอยากรู้ว่า เจ้ากบเล็กๆตัวนี้ มีพลังในการปีนขึ้นสู่ยอดเสา
อันเป็นเป้าหมายจนประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เรื่องกลับกลายเป็นว่า...กบผู้ชนะตัวนั้นหูหนวก!!!!

ข้อคิด: จากเรื่องนี้บอกเราว่า อย่าฟังคำพูดในด้านลบ หรือการมองในแง่ลบจากคนอื่น
เพราะเขาเหล่านั้นจะดึงความฝัน ความปรารถนาในหัวใจคุณออกไป

จงจำไว้ว่า ให้ระวังในพลังของคำพูดเสมอ เพราะทุกสิ่งที่เราได้ยิน หรือได้อ่าน
จะมีผลต่อการกระทำของเรา ดังนั้น

จงคิดแต่ในด้านบวกเสมอ และเหนือสิ่งอื่นใด จงหูหนวก เมื่อฝูงชนบอกเราว่า
เราไม่สามารถเติมความฝันของเราให้เป็นจริงได้ เพราะว่า "…เราสามารถทำได้ …"

2.วิ่ง 1 ไมล์ใน 4 นาที


เรื่องวิ่งหนึ่งไมล์ในสี่นาทีเมื่อก่อนปี พ.ศ. 2507 เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า
เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์เราจะวิ่งระยะทางหนึ่งไมล์ (1,609 เมตร) โดยใช้เวลาน้อยกว่า 4 นาที

ทั้งนักวิทยาศาสตร์ก็ออกมาประกาศย้ำว่า
นี่คือสิ่งที่เกินขีดความสามารถของร่างกายมนุษย์ไม่มีทางเป็นไปได้

แต่แล้วในวันที่ 6 พฤษภาคม 2507 ประวัติศาสตร์กีฬาโลกก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
นักวิ่งสมัครเล่นชาวอังกฤษ ชื่อ โรเจอร์ แบนนิสเตอร์
วิ่งหนึ่งไมล์ โดยใช้เวลาเพียง 3 นาที 59 วินาที

นิตยสารฟอร์บส์(Forbes) แห่งสหรัฐ ถึงกับประกาศว่า
ความสำเร็จของโรเจอร์ เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกีฬาของโลก

แต่ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นก็คือ หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ ก็มีคนทำสถิติอย่างเดียวกันได้อีก
และก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในเวลาใกล้เคียงกัน จนในปัจจุบันถือเป็นมาตรฐานการวิ่งแข่งขันระยะกลาง

ข้อคิด: ประเด็นที่อยากให้คิด ไม่ใช่เรื่องที่โรเจอร์ทำลายสถิติ
แต่เป็นเรื่องที่มีคนมากมายทำได้เหมือนเขาหลังจากที่เขาทำได้แล้ว ซึ่งหมายความว่า

ข้อจำกัดไม่ได้อยู่ที่ร่างกายของพวกเขาเลย แต่อยู่ที่ความคิดมากกว่า
เมื่อความเชื่อที่ว่า "มันเป็นไปไม่ได้" ได้ถูกลบล้างไปแล้ว
ก็ไม่ยากนักที่ร่างกายจะทำไปตามความคิด
เปลี่ยนจากคำว่า "เราทำไม่ได้" เป็น "เราทำได้"

สรุป เชื่อว่าทุกคนมีฝัน จงมุ่งมั่นตั้งใจตะกายฝันนั้นมา
ด้วยความเชื่อมั่นว่า "เราต้องทำได้" แม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรค
หรือคำพูดบั่นทอนกำลังใจมากมายก็ตาม

ก็ฝันเรานี่ ไม่ใช่ฝันเค้าสักหน่อย มาให้ขโมยฝันง่าย ๆ ได้ไง จริงไหม

ที่มา เรื่องแรกจาก fwd mail
เรื่องที่สองจากหนังสือ ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้ ของคุณบัณฑิต อึ้งรังษี



คิดถึงเสมอ..น้องรุตม์
 
Jan 25 8:40 AM
 
เรื่องของหนุ่มบ้านนอก....


หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ
ทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย

เนื่องจากได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
กำลังรับสมัครนักการภารโรง ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

จึงนั่งรถมากรุงเทพและเดินกางแผนที่ (ที่เพื่อนเขียนให้)
สุ่มถามชาวบ้านถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น
ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียวแหละ

เมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการ จึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่ง
และยื่นใบสมัครมาให้กรอกข้อความ นายหนุ่มนั้นก็ยิ้มแหย ๆ
ยกมือไหว้แล้วบอกอ่อย ๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า

"...ขอโทษครับพี่ ผม...คือว่า....
ผม...อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ครับ..."

เจ้าหน้าที่ ที่นั่งรับสมัครอยู่นั้นชักสีหน้าทันที

"....อะไรกัน คิดจะมาสมัครงานที่โรงเรียน
ถึงจะตำแหน่งแค่ นักการภารโรง ถึงจะไม่ได้ใช้วุฒิการศึกษา
แต่อย่างน้อยก็น่าจะอ่านออก เขียนได้ บ้างแหละ"

หนุ่มบ้านนอกหน้าซีด ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ประหลก ๆ

"...ผมไม่รู้หนังสือจริง ๆ ครับ
แต่ช่วยรับผมไว้หน่อยเถิดครับพี่
ให้ผมแบกหามกวาดถูอะไรก็ได้ทุกอย่างครับ"

"งั้นก็คงจะไม่ได้หรอก. .."
เจ้าหน้าที่เก็บใบสมัคร กับปากกาที่วางไว้ให้ คืนที่อย่างไม่มีเยื่อใย

"...เรามาสมัครงานกับโรงเรียนนะ อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นรู้หนังสือบ้างสิ
ถ้าไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ ก็เสียใจด้วยนะ กลับไปเถอะ"

หนุ่มบ้านนอกก็ได้แต่เดินออกจากโรงเรียน
ที่ตั้งความหวังว่าจะได้งานทำนั้นก็หมดหวัง

และเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในกรุงเทพ
ก็จึงต้องจำใจ กำเงินจำนวนสุดท้าย
นั่งรถ ซมซานกลับบ้าน อย่างนกปีกหัก



แต่เมื่อกลับถึงบ้าน จึงนึกขึ้นได้ว่า
ตนเองนั้นเพิ่งได้รับมรดก เป็นที่ดินสวนรกร้างเท่าแมวดิ้นตาย
มาจากพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว

ด้วยความเจ็บใจ จึงเกิดเป็นแรงมานะ ให้จับจอบเสียม
หักร้างถางพง ที่ดินสวนเก่าที่รกร้างนั้น
และค่อย ๆ พลิกฟื้นลงร่องผลไม้ไปทีละเล็กละน้อย
อย่างฮึดสู้ชะตาชีวิต ด้วยความอดทน. . .



อาจเป็นบุญในปางบรรพ์ของพ่อหนุ่มคนนี้ก็ได้
ที่ปรากฎว่า หลายปีต่อมาสวนผลไม้ที่ลงแรงไว้นั้น
ออกผลอย่างงดงามและสร้างผลกำไรมากทบทวีขึ้นทุกปี
กระทั่งสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินในแปลงข้างเคียง
ขยายอาณาเขตสวนของตนเอง จนกว้างขึ้น และกว้างขึ้น. . .

หลายสิบปีต่อมาจากความขยันขันแข็ง มานะอดทน
และประสบการณ์ที่เพิ่มพูน

บัดนี้หนุ่มบ้านนอกคนนั้นก็กลายเป็นชายชรา
ที่คนทั้งเมืองรู้จักในนามของ
พ่อเลี้ยงสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและภูมิภาคนั้น



อยู่มาปีหนึ่งเมื่อเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายมหาศาล
และชำระบัญชีเรียบร้อยโดยฝีมือของลูกหลานที่เลี้ยงดูให้การศึกษา
และแจกงานการให้ทำในสวนนั้นแล้ว

พ่อเลี้ยงชราก็หอบเงินเป็นฟ่อน นั่งรถเข้ามาในตัวอำเภอ
เพื่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นครั้งแรก

เมื่อแจ้งนาม และความจำนงกับธนาคารแล้ว
พนักงานถึงกับตื่นเต้นกันยกใหญ่
ผู้จัดการสาขาถึงกับเดินมาต้อนรับด้วยตัวเองเลยทีเดียว

เมื่อพนมมือไหว้ลูกค้าใหญ่ รายใหม่ อย่างนอบน้อมแล้ว
ผู้จัดการก็แตะข้อศอก ยื่นใบเปิดบัญชีพร้อมปากกาปลอกทอง
ให้กับพ่อเลี้ยงชราอย่างพินอบพิเทา

"ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
ที่ได้มีโอกาสบริการพ่อเลี้ยงในครั้งนี้ รบกวนกรอกใบเปิดบัญชีด้วยครับ"

พ่อเลี้ยงชราส่ายหน้าช้าๆ ยื่นปากกาปลอกทองคืนให้กับผู้จัดการ
พร้อมกับยิ้มให้ พลางกล่าวเนิบๆ

"พ่อหนุ่มช่วยกรอกรายการให้ลุงทีเถิด
ลุงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้หรอก...."

ผู้จัดการรับปากกาคืนมาโดยอัตโนมัติแบบงงสุดขีด
พลางค่อยๆอ้อมแอ้มถามลูกค้ารายใหญ่ (มาก ) อย่างเกรงใจสุดๆ

"... เอ่อ...ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ...
...เอ่อ...ขออนุญาตเรียนถามพ่อเลี้ยงด้วยความเคารพนิดหนึ่งเถิด ครับ
คือ....พวกเราในจังหวัดนี้ก็ทราบกันดีอยู่ ถึงชื่อเสียงของพ่อเลี้ยง
ในกิจการสวนผลไม้ที่ใหญ่โตและเจริญก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคนี้
แต่..." ผู้จัดการ ชะงัก ด้วยความเกรงใจ

และในที่สุดก็หลุดปากถามออกมา
ด้วยความฉงนที่มิอาจเก็บไว้ได้จริงจริง

"...แต่ พ่อเลี้ยงอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนหนังสือไม่ได้ หรือครับ..."

"...พ่อหนุ่ม" พ่อเลี้ยงชรายิ้มให้ผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างใจดี

"...ถ้าลุงอ่านหนังสือออก และเขียนหนังสือได้น่ะนะ..."

แกถอนหายใจยาว

ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผู้จัดการถึงกับอึ้งไปนานเลยว่า

"...ป่านนี้ ลุงก็คงได้เป็นภารโรงไปแล้วแหละ..."

========================================

คุณค่าของเราไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่คนอื่นมองเราแต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา
โอกาสยังมีอยู่เสมอ ขอเพียงแต่มองไปรอบๆ
ตั้งใจทำในสิ่งที่ทำได้ และทำให้เต็มความสามารถแล้วดอกผลจะตามมาเอง

========================================

ที่มา http://variety.teenee.com/foodforbrain/16685.html



ยังคิดถึงเสมอ..น้องรุตม์
 
Jan 24 8:31 AM
 
พอเข้ามาดูhi5น้องรุตม์ทีไร
รู้สึกเศร้าทุกทีเลย
ป่านนี้น้องคงมีความสุขไปแล้ว
เหลือแต่คนที่อยู่ต้องใช้ชีวิตต่อไปด้วยความหวัง และกำลังใจ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks